ลูกสอบได้ 3.9 ทำไมพ่อต้องเครียด?
ณ Harvard university สหรัฐอเมริกา เสียงโทรศัพท์ส่วนตัวของทนายวิรัชดังขึ้น..
ผู้อ่าน : สวัสดีครับ..ต้องขอโทษที่โทรศัพท์มาดึกมาก
ทนายวิรัช : ไม่เป็นไรครับ..ขณะนี้ผมอยู่ที่อเมริกา เวลาต่างกัน
ประเทศไทยกลางคืน แต่ที่นี้ ตอนเช้าครับ
ผู้อ่าน : ทนายวิรัช ไปเที่ยวหรือครับ
ทนายวิรัช : จริงๆ พาภรรยามาเรียนที่ Harvard university ครับ
ผู้อ่าน : โอโห..สุดยอดที่นั้นคือ มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโลก
เลยนะครับ
ทนายวิรัช : ครับ..แล้วเรื่องที่จะปรึกษาเป็นไงบ้างครับ
ผู้อ่าน : เมื่อวานลูกชายผมดูซึมๆ ผมเลยสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น
ลูกชายก็ตอบว่า “ ผมสอบได้ 3.9”
ทนายวิรัช : คะแนนแบบนี้ ขั้นเทพแล้วครับ
ผู้อ่าน : ใช่ ผมก็เลยได้คุยกับเขาว่า…
ผู้อ่าน: สุดยอดแล้วลูก และไม่ว่าผลการเรียนจะมาก
จะน้อย พ่ออยากให้ลูกมีความสุขกับชีวิตมากกว่า
ลูก : จริงนะครับพ่อ.. คือ เมื่อสักครู่นี้ผมยังเล่าให้พ่อ
ฟังไม่จบ
ผู้อ่าน: พ่อรับได้ทุกเรื่อง..เล่าเลยลูก
ลูก : ที่ว่าได้ 3.9 คือ ผมกับเพื่อนรวมกัน 2 คนครับ
ทนายวิรัช : โอโห อย่างนี้เครียดแทนเลยครับ
ผู้อ่าน : ใช่ครับ ถ้าผลการเรียนแบบนี้คงไม่สามารถจะเรียนต่อที่ไหนได้
จึงอยากสอบถามว่า ในบางมหาวิทยาลัยที่กำหนดผลการเรียน
ของผู้เข้าเรียน ทำให้ตัดสิทธิกับคนที่อยากเข้าเรียนแต่ผลการ
เรียนไม่ถึง อย่างนี้สามารถทำได้หรือไม่
ทนายวิรัช : การที่มหาวิทยาลัยกำหนดผลการเรียน เพื่อจะคัดเลือกผู้จะเข้า
ศึกษานั้น เป็นเรื่องที่มหาวิทยาลัยกำหนดได้ และไม่ผิดกฎหมาย
แต่อย่างใด
ผมอยากให้คำแนะนำอย่างนี้ ชื่อมหาวิทยาลัย เปรียบเหมือน
ปกหนังสือ ปกหนังสือสวยงาม ก็ทำให้มีคนหยิบขึ้นมาอ่าน
แต่สุดท้ายก็ต้องดูเนื้อหาในหนังสือว่าดีหรือไม่
ทนายวิรัชเองก็ไม่ได้ไปสมัครที่ไหนแต่ตัดสินใจเข้าเรียนที่
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ) ที่นี้เขาดีนะครับ
ผู้อ่าน : ดียังไงครับ.. เผื่อจะได้แนะนำให้ลูกเรียนครับ
ทนายวิรัช : ไม่ต้องสอบเข้า แต่ต้องสอบออก
ผู้อ่าน : ขอบคุณครับ ได้รับความรู้ความคิดจากทนายวิรัชมากเลยครับ
ทนายวิรัช : ยินดีครับ




หน้าหลัก
บทความ
ถามมา ตอบไป
บริการของสำนักงาน
ติดต่อเรา
เกี่ยวกับสำนักงาน