ลูกตาย..ทำอย่างไรให้ฟื้น?
เสียงโทรศัพท์ส่วนตัวของทนายวิรัชดังขึ้น..
ผู้อ่าน : สวัสดีค่ะ ใช่ทนายวิรัชหรือปล่าวค่ะ
ทนายวิรัช : ใช่ครับ..
ผู้อ่าน : ดิฉันคิดถึงลูกมากเลยค่ะ
ทนายวิรัช : คิดถึงลูกก็ต้องไปหาเขาสิครับ..ตอนนี้ลูกอยู่ที่ไหนหรือครับ
ผู้อ่าน : เขาอยู่ไกลมากค่ะ ไม่สามารถติดต่อได้
ทนายวิรัช : ไม่นะครับ..โทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต มันครอบคลุมทั่วโลกแล้วนะ
ครับ น่าจะสามารถติดต่อได้
ผู้อ่าน : ไม่ได้แล้วค่ะ ลูกชายเสียไปแล้วค่ะ
ทนายวิรัช : อ๋อ เป็นอย่างนี้เอง
ผู้อ่าน : แต่ดิฉันก็คิดถึงลูกเสมอ อยากให้เขาฟื้นขึ้นมา
ทนายวิรัช : คงทำอย่างนั้นไม่ได้นะครับ แต่สิ่งที่คุณเล่า ทำให้ผมนึกถึงเรื่อง
หนึ่งในสมัยพุทธกาล นางกีสา โคตรมี รักลูกมาก เมื่อลูกเสียชีวิต
ก็อยากจะให้เขากลับมา และเที่ยวตามหาผู้วิเศษ แต่มาเจอ
พระพุทธเจ้า ท่านก็บอกว่า “ถ้าอยากให้ลูกฟื้น ต้องไปหาเม็ด
ผักกาด ที่ได้มาจากบ้าน ที่ไม่มีคนตายมาก่อน” นางกีสาฯ
ก็ไปหาก็ไม่มีบ้านไหนที่ไม่มีคนตายมาก่อน จึงทำให้เข้าถึงความ
จริงได้ว่า “ทุกสิ่งที่เกิดมา ล้วนต้องมีการเปลี่ยนแปลงเป็น
ธรรมดา”
ผู้อ่าน : สุดยอดเลยได้ธรรมะด้วย..แต่วันนี้จะมาถามทนายวิรัชว่า
เมื่อลูกชายเสียชีวิต เป็นลูกคนเดียวของดิฉัน และยังไม่มี
ครอบครัวเป็นของตนเอง มีเงินสดในธนาคาร และมีบ้านสองหลัง
ทรัพย์สินส่วนนี้จะตกเป็นของใคร
ทนายวิรัช : เงินสด และบ้านสองหลัง เป็นมรดก ตกทอดสู่ทายาท
ผู้อ่าน : อ้าว ทายาท เขาไม่มีนะ แล้วจะไปแบ่งได้อย่างไร
ทนายวิรัช : อ๋อ คำว่า ทายาทตามกฎหมาย รวมถึงพ่อแม่ด้วย
ดังนั้น เมื่อลูกชายไม่มีครอบครัว ไม่มีพี่น้อง ทรัพย์สินทั้งหมด
ผู้ที่จะได้รับ คือ พ่อแม่ ของผู้ตาย
ผู้อ่าน : อย่างนี้ก็ไปเบิกเงินที่ธนาคาร และโอนบ้านทั้งสองหลังได้เลยใช่
ไหมค่ะ
ทนายวิรัช : ไม่ใช่ครับ คุณต้องร้องต่อศาลขอจัดการมรดกของลูกชายก่อน
เมื่อได้คำพิพากษาแล้ว จึงนำไปเบิกเงิน และโอนบ้านได้ครับ
ผู้อ่าน : ขอบคุณค่ะ



หน้าหลัก
บทความ
ถามมา ตอบไป
บริการของสำนักงาน
ติดต่อเรา
เกี่ยวกับสำนักงาน