ทำไม..ก่อนกินยาต้องหาอะไรรองท้อง?
เสียงโทรศัพท์ที่สำนักงานดังขึ้น...
ผู้อ่าน : สวัสดีครับ ขอเรียนสายทนายวิรัชครับ
ทนายวิรัช : เรียนสายอยู่ครับ
ผู้อ่าน : มีเรื่องปรึกษาทนายวิรัชครับ
ทนายวิรัช : ยินดีครับ
ผู้อ่าน : เมื่อวันก่อนผมพาคุณแม่ไปหาหมอ เนื่องจากเป็นไข้หวัด
ทนายวิรัช : กตัญญูดีครับ โบราณเขาบอกจะเจริญก้าวหน้าครับ
ผู้อ่าน : ใช่ครับ หลังจากพาคุณแม่กลับมาที่บ้าน คุณแม่เข้าห้องนอนและ
เก็บตัวเงียบอยู่คนเดียว
ทนายวิรัช : คุณแม่ก็คงอยากพักผ่อนด้วยนะครับ
ผู้อ่าน : มันไม่ใช่อย่างนั้นสิครับ ผมเห็นว่ามันนานเกินไป..เป็นห่วง
จึงได้ขึ้นไปหา และเปิดประตูเข้าไปโดยไม่ได้ขออนุญาต
ทนายวิรัช : เป็นไงบ้างครับ
ผู้อ่าน : ผมตกใจมากเลย!!!
ทนายวิรัช : ทำไมละครับ
ผู้อ่าน : แม่ผมนอนเอาท้องพาดบนหมอน นอนคว่ำหน้ากองกับพื้น
ทนายวิรัช : อาการหนักเลยนะครับ
ผู้อ่าน : ใช่ครับ.. และคุณแม่ผมก็นอนโดยไม่เคลื่อนไหว ผมก็เข้าไปเขย่า
ตัวและถามคุณแม่ว่าเป็นอะไร ขณะนั้นใจคอของผมคิดไปไกลเลย
ว่าคุณแม่ผมจะเป็นอะไร หรือเปล่า
ทนายวิรัช : แล้วคุณแม่ฟื้นไหมครับ
ผู้อ่าน : หลังจากที่ผมเข้าไปเขย่าตัว คุณแม่ก็ค่อยๆ ลืมตา แล้วบอกว่า
“ฉันไม่เป็นอะไรหรอก”
ผมก็ถามต่อว่า “ถ้าไม่เป็นไรแล้วทำไมมานอนกับพื้นละ”
คุณแม่ผมตอบว่า คุณหมอบอกว่าก่อนจะกินยาต้องหาอะไร
รองท้องก่อน
ทนายวิรัช : อ๋อ..เลยเอาหมอนรองท้อง..ท่าคล้ายๆ PLANKING ที่กำลังนิยม
(คุณแม่ฮามาก) แล้วมีอะไรจะถามผมหรือครับ
ผู้อ่าน : จากกรณีนี้ เกิดคุณแม่ผมเป็นอะไรขึ้นมา หมายถึงเสียชีวิต
ทรัพย์สินของคุณแม่จะต้องแบ่งให้กับใครบ้าง ผมยังมีคุณพ่อ
และน้องอีกสองคน
ทนายวิรัช : คุณแม่ยังไม่เกิดอะไรขึ้นนะครับ..แต่เพื่อเป็นความรู้กรณีเกิดขึ้น
จริงๆ หลักการในการแบ่งมรดกของคุณแม่ คือ ทรัพย์สินของ
คุณแม่ต้องแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งต้องแบ่งให้คุณพ่อ
อีกส่วนหนึ่งก็แบ่งระหว่างลูกๆ และในส่วนนี้คุณพ่อก็มีส่วนด้วย
ตัวอย่างเช่น คุณแม่มีเงินเหลือ 100 บาท ครึ่งหนึ่ง 50 บาท
คุณพ่อก็รับไป อีก 50 บาทที่เหลือ ก็แบ่งกันระหว่างทายาท
นั้นคือ ลูกสามคนและคุณพ่อ
ผู้อ่าน : แสดงว่าคุณพ่อรับทั้งสองส่วนใช่ไหมครับ
ทนายวิรัช : ใช่ครับ คุณพ่อรับในส่วนของคู่สมรส และในชั้นทายาทครับ
ผู้อ่าน : ขอบคุณครับ




หน้าหลัก
บทความ
ถามมา ตอบไป
บริการของสำนักงาน
ติดต่อเรา
เกี่ยวกับสำนักงาน